
17 พ.ย. 2568
การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับสถาบันวิศวกรรมหลายแห่ง เพื่อผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่สอง และเพื่อเพิ่มการใช้ทรัพยากรวัสดุในประเทศให้มากที่สุด สอดคล้องกับนโยบาย "ไทยมาก่อน"

การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) สถาบันวิศวกรรมแห่งประเทศไทย (EIT) และการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางรถไฟ (ร.ท.ท.) ได้ลงนามในบันบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 โดยมุ่งมั่นที่จะใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตในประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูงสุดในโครงการ ขณะเดียวกันก็เสริมสร้างนโยบาย "ไทยมาก่อน" ของกระทรวง คมนาคม
นายอนันต์ ชันกันกุล รองผู้บัญชาการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า บันบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างไทยและจีนในการก่อสร้างเครือข่ายรถไฟฟ้าความเร็วสูงระดับภูมิภาค โครงการระยะที่ 2 ครอบคลุมช่วงจากนครราชสีมาถึงหนองคาย และข้อตกลงนี้เน้นย้ำถึงการส่งเสริมการใช้วัสดุก่อสร้างในประเทศระหว่างการก่อสร้าง
บันบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ลงนามร่วมกันโดยสถาบันวิศวกรรมแห่งประเทศไทย (EIT) และสำนักงานพัฒนาการขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย (RTRDA) มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการทำงานของทั้งสามสถาบันผ่านความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย การวางแผน และการพัฒนามาตรฐานวิศวกรรมโยธาสำหรับระบบรถไฟความเร็วสูง บันบันทึกความเข้าใจนี้ยังรวมถึงข้อกำหนดด้านวิศวกรรมโยธาเพิ่มเติมที่สูงกว่ามาตรฐานรถไฟความเร็วสูงของจีน เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการก่อสร้างทั้งหมดภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและจีนจะมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูงสุด
เป้าหมายหลักคือการเพิ่มการใช้ประโยชน์จากวัสดุก่อสร้างที่ผลิตในประเทศ และการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยจากบริษัทในประเทศที่ได้มาตรฐานสากลมาใช้ คาดว่าการดำเนินการนี้จะช่วยกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาวของอุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทย และสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชาติ "ประเทศไทยมาก่อน" ของกระทรวงคมนาคม
บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2573
การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) แถลงว่า การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาควิศวกรรมของไทย ซึ่งจะช่วยยกระดับระบบรถไฟความเร็วสูงของไทยให้ได้มาตรฐานสากล และวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งแห่งอนาคตของอาเซียน
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 นี้ วิ่งจากนครราชสีมาไปยังหนองคาย ระยะทางรวม 357.12 กิโลเมตร งบประมาณ 341.351 พันล้านบาท ประกอบด้วย 5 สถานี ได้แก่ บัวใหญ่ บ้านไผ่ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย
เส้นทางรถไฟนี้เชื่อมต่อจากกรุงเทพฯ ไปยังนครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 คณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนงานระยะที่สองของกระทรวงคมนาคม ทำให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟฟ.) สามารถดำเนินการจัดซื้อที่ดิน ชดเชยค่าเสียหาย และงานวิศวกรรมโยธาภายในงบประมาณที่ได้รับอนุมัติได้
ปัจจุบัน รฟฟ. กำลังเตรียมยื่นขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทเพื่อดำเนินการประกวดราคา โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยเอกสารประกวดราคาใน ปี 2569 และวางแผนเริ่มก่อสร้างในปีเดียวกัน และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2574

[คำชี้แจงเกี่ยวกับการพิมพ์ซ้ำ] บทความนี้พิมพ์ซ้ำจาก: การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟฟ.)
ผู้เขียน: การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟฟ.)
ลิงก์ต้นฉบับ: https://www.nationthailand.com/news/general/40058372?utm_source.com
ศูนย์ธุรกิจประเทศไทย
17 พฤศจิกายน 2568
